น้องคนนึงเคยถ่ายทอดบทกลอนบทนึงให้ฟัง มีใจความส่วนนึงว่า...
Someone, on the other side, opens a door.
Perhaps, behind that door,
there is no other side.
มันคงจะเป็นอย่างนั้น ในเหตุการณ์ตอนนี้
ใครละที่เราคิดว่าจะยืนรออยู่ที่ประตูอีกด้านนึง
ความอบอุ่น ความสบายใจ หรือว่าความเป็นเจ้าของ
คาดหวังอะไร ผ่านแผ่นไม้แผ่นบางๆ
กับอีกฝากฝั่งที่แทบไม่เคยได้เรียนรู้กัน....
......
บทความข้างบนเป็นผลจากการขุดขุ้ยบลอคของตัวเองจนกระจุย
เลือกและส่งเข้าประกวดกันอย่างสูสี
แต่สุดท้ายก็เลือกอันนี้ ไม่รู้ทำไม ไม่มีเหตุผล
.......
วันนี้อยากจะขอบคุณเพื่อนคนนึง
ขอบคุณมากสำหรับบทสนทนาในทุกๆวัน
และที่มากไปกว่านั้น คือวันนี้ได้ทำให้เราได้นึกถึงข้อความที่เขียนทิ้งไว้ในบลอคของตัวเอง
ทั้งวันเลยหมดไปกับการอ่านมันตั้งแต่บทแรก จนบทสุดท้าย
บางอันช่างปัญญาอ่อน บางอันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเขียนมันขึ้นมาได้
เหมือนได้เห็นตัวเองในช่วงสองปี ไหลผ่านตัวหนังของคนอื่น
สุดท้ายแล้วที่เคยคิดว่ามันยากลำบาก ก็ผ่านมาได้แล้วทั้งนั้น
แล้วเรื่องราวต่างๆก็ถูกจดเป็นแค่ตัวหนังสือ รอเวลาที่เราจะกลับมาอ่านมันอีกครั้ง
อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เราลืมว่าเคยผ่านอะไรมาบ้าง เคยรู้สึกอะไรมาบ้าง
ไม่ให้ตายด้าน และเตือนว่าเรายังมีหัวใจอุ่นไว้เพื่อรักตัวเอง และคนอื่นเสมอ
เข้มแข็งไว้
เราเอง:)
Thursday, April 10, 2008
Wednesday, April 09, 2008
ปราย' พันแสง1
"พลทหารกับเจ้าหญิง" บทนี้ ฉันเขียนขึ้นมาจากบทตอนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง Cinema Paradiso เรื่องราวมีอยู่ประมาณนี้
ฉันคิดว่าบางทีพลทหารอาจจะไม่คิดจะครอบครองเจ้าหญิงตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ แต่การที่เขายอมทนทุกข์ทรมานอยู่นานถึง 99 วัน 99 คืน ก็เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า เขารักเธอจริงๆ แค่พิสูจน์ให้เห็น แต่ไม่ต้องการครอบครองไว้
...............
....
ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉม
เขาตระหนักถึงความสูงส่งของเธอ
เฉกเช่นเดียวกับที่ตระหนักถึงความต่ำต้อยของตน
แต่เขายังรวบรวมความกล้า
เดินเสี่ยงตายเข้าไปบอกเธอว่า'รัก'
และจะอยู่บนโลกต่อไปโดยไม่มีเธอ--ไม่ได้
เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า
ถ้าเขาสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอ
ได้ติดต่อกัน 100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป
ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า
โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน
เขารอคอยในสายลมบาดผิว
รอคอยในสายฝนกระหน่ำ
รอคอยในความหนาวเหน็บของหิมะ
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า
โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา
เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพราวเป็นสาย
จนกระทั่งในคืนที่ 99
ทหารหนุ่มหยุดร้องไห้
หยุดรอคอย หยุดทุกอย่างไว้
แล้วหันเดินจากไป
ฉันคิดว่าบางทีพลทหารอาจจะไม่คิดจะครอบครองเจ้าหญิงตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ แต่การที่เขายอมทนทุกข์ทรมานอยู่นานถึง 99 วัน 99 คืน ก็เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า เขารักเธอจริงๆ แค่พิสูจน์ให้เห็น แต่ไม่ต้องการครอบครองไว้
ปราย' พันแสง 2
ฉันชอบทำงานกับเพื่อน กับคนสนิท ถึงกล้าคิดการใหญ่กับคนรัก ฉันชอบทำงานกับคนใกล้ชิดคุ้นเคยที่เรารู้จักรู้ใจกันดี การทำงานกับคนที่จริงใจต่อกัน ถ้ามันเวิร์ค มันจะทำให้ชีวิตเราใกล้ชิดผูกพันกันแนบแน่นมากกว่าอย่างอื่น ...บางคนอาจจะไม่ยอมเสี่ยงอะไรแบบนี้ แต่ฉันไม่กลัวหรอก ...ฉันยอมแลก
Wednesday, March 12, 2008
:)
With the first taste, I offer joy.
With the second, I relief the suffering of others.
With the third, I see other's happiness as my own.
With the forth, I learn to let go.
ประโยคสี่ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้คืนวันเสาร์ที่ซัดซ่าย
กลับกลายเป็นวันที่สงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ
ขอบคุณพี่โก๋มากคะ
With the second, I relief the suffering of others.
With the third, I see other's happiness as my own.
With the forth, I learn to let go.
ประโยคสี่ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้คืนวันเสาร์ที่ซัดซ่าย
กลับกลายเป็นวันที่สงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ
ขอบคุณพี่โก๋มากคะ
Saturday, March 01, 2008
คำถามและคำตอบ
...
การศึกษาบนพื้นฐานของการศิโรราบไม่ใช่การศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างสยบยอมหรืออย่างดัดจริต การศิโรราบ คือการรับฟังเสียงด้านใน ให้ความเคารพและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเป็น เราให้ความศรัทธากับทุกประสบการณ์ที่ตัวเองเคยผ่านมา ไม่ว่ามันจะดีจะร้ายแค่ไหนในสายตาผู้อื่น เราศิโรราบและภาคภูมิใจในตัวเองที่อย่างน้อยเราก็สามารถยืนหยัดเรียนรู้ชีวิตมาได้จนถึงวินาทีนี้ เราพร้อมที่จะหลอมรวมเอาทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวเรา เอามันออกมาใส่หม้อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นอย่างไม่เขินอาย เราพร้อมที่จะยอมตาย เอาชีวิตเข้าแลกกับทุกประสบการณ์การเรียนรู้ของชีวิต ด้วยความกล้าหาญบนพื้นฐานของการภาวนาหล่อเลี้ยงให้คุณค่าแก่พื้นที่ว่างภายในอันไพศาล รู้จักผ่อนพัก ปล่อยวาง และเปิดรับกับทุกสถานการณ์โดยปราศจากแรงต้าน ยอมให้โลกผ่านเข้ามาสะกิดหัวใจเราได้อย่างไม่ขัดขืน จนปมความยึดมั่นทั้งหลายสามารถคลี่คลายไปในอ้อมแขนแห่งความอ่อนโยนและความรักแห่งจักรวาล ตามท่วงทำนองและครรลองของการดับสลาย ผุดบังเกิดใหม่ พลิ้วไหว และไหลเลื่อน เป็นคุณค่าและความหมายของการดำรงอยู่ที่แท้
...
ตัดตอนบางส่วนจากบทความที่ ๔๐: การศึกษาบนความศิโรราบ
โดย วิจักขณ์ พานิช
การศึกษาบนพื้นฐานของการศิโรราบไม่ใช่การศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างสยบยอมหรืออย่างดัดจริต การศิโรราบ คือการรับฟังเสียงด้านใน ให้ความเคารพและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเป็น เราให้ความศรัทธากับทุกประสบการณ์ที่ตัวเองเคยผ่านมา ไม่ว่ามันจะดีจะร้ายแค่ไหนในสายตาผู้อื่น เราศิโรราบและภาคภูมิใจในตัวเองที่อย่างน้อยเราก็สามารถยืนหยัดเรียนรู้ชีวิตมาได้จนถึงวินาทีนี้ เราพร้อมที่จะหลอมรวมเอาทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวเรา เอามันออกมาใส่หม้อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นอย่างไม่เขินอาย เราพร้อมที่จะยอมตาย เอาชีวิตเข้าแลกกับทุกประสบการณ์การเรียนรู้ของชีวิต ด้วยความกล้าหาญบนพื้นฐานของการภาวนาหล่อเลี้ยงให้คุณค่าแก่พื้นที่ว่างภายในอันไพศาล รู้จักผ่อนพัก ปล่อยวาง และเปิดรับกับทุกสถานการณ์โดยปราศจากแรงต้าน ยอมให้โลกผ่านเข้ามาสะกิดหัวใจเราได้อย่างไม่ขัดขืน จนปมความยึดมั่นทั้งหลายสามารถคลี่คลายไปในอ้อมแขนแห่งความอ่อนโยนและความรักแห่งจักรวาล ตามท่วงทำนองและครรลองของการดับสลาย ผุดบังเกิดใหม่ พลิ้วไหว และไหลเลื่อน เป็นคุณค่าและความหมายของการดำรงอยู่ที่แท้
...
ตัดตอนบางส่วนจากบทความที่ ๔๐: การศึกษาบนความศิโรราบ
โดย วิจักขณ์ พานิช
Monday, February 25, 2008
ช่องว่าง และกำแพง

เป็นช่วงเวลาที่ไม่สามารถบอกได้เลยว่าตัวเองรู้สึกยังไง ในแต่ละวินาทีที่กำลังเดินไป
มันเปลี่ยนแปลงเหมือนลม และรวดเร็วเหมือนจรวด
พร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทาง และกระทบสิ่งที่อยู่รอบข้างตลอดเวลา
การเก็บตัวเองเงียบๆอาจจะเป็นทางดีกว่าการพยายามพบปะผู้คน
มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็รู้่ว่าอย่างไรคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และนั้นยิ่งทำให้สั่นคลอน
นานแล้วที่ไม่เคยเป็น แต่ก็ไม่ยินดีเลยที่มันกลับมา
อยากอยู่นิ่งๆ และมองความเป็นไปของทุกอย่าง จากที่ของตัวเอง
จากความเงียบ และการไร้เสียงเรียกใดใด
สักวันที่พร้อมมากกว่านี้ คงยอมปลดตะปูที่ตอกอยู่กับกำแพงลง
สิ่งที่เหลืออยู่ คงเป็นช่องว่างเล็กๆที่คอยเตือนถึงอดีต
เพื่อที่ความสุขของสักวัน จะมีอย่างแท้จริง
Sunday, February 10, 2008
into the light

คำร้อง: บอย โกสิยพงษ์
ทำนอง: ชาตรี คงสุวรรณ (โอม)
เรียบเรียง: ชาตรี คงสุวรรณ (โอม)
มองดููประตูที่ปิดตายจนไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่
มองดูโคมไฟที่ปิดไว้ และถูกทิ้งไม่ให้มีแสงไฟ
ในห้องนี้นั้นมืดมิด และเงียบเหงา
มองทางไหนก็พบว่ามีแต่เรา
ที่ยังเฝ้าและรอคอยดวงอาทิตย์ให้เข้ามาข้างใน
อยู่แค่ในห้องนี้...
วันและเวลาที่ผ่านพ้นจนไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่
และในวันนี้ เพิ่งได้รู้ ว่าชีวิตปิดซ่อนไว้ไม่ได้
นอกประตูยังมีเรื่องราวมากมาย
และชีวิตนั้นต้องก้าวเดินต่อไป
ก้าวให้พ้นเส้นความกลัว ที่กีดขวางกั้นหัวใจเราเอาไว้
อยู่แค่ในห้องนี้... ออกไปสักที... ออกไปสักที...
จะชนะหรือว่าแพ้ จะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ ยังไม่รู้
จะผิดหวังหรือสมหวังสักกี่ครั้งก็ต้องลองพบดู
ดีกว่าชีวิตทั้งชีวิตจะถูกปิดอยู่หลังประตู
อย่างน้อยก็ได้รู้ อย่างน้อยก็ได้ลอง
จะชนะหรือว่าแพ้ จะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ ยังไม่รู้
จะผิดหวังหรือสมหวังสักกี่ครั้งก็ต้องลองพบดู
ดีกว่าชีวิตทั้งชีวิตจะถูกปิดอยู่หลังประตู
อย่างน้อยก็ได้รู้... ออกไปสักที... ออกไปสักที...
อย่างน้อยได้เข้าใจ...
Into The Light...
Saturday, February 09, 2008
ขำ ขำ น่า อย่าคิดมาก
ผู้หญิง
ผู้หญิงหน้าตาดี ที่มีสมอง คนที่น่าสนใจมาก เธอเป็นคนฉับเฉงว่องไว นั่งหรือยืนเฉยๆนานๆไม่ได้ เธอสามารถทำหลายๆอย่างๆได้พร้อมกัน และทำได้เร็ว หากคุณเป็นแฟนกับผู้หญิงราศีนี้ คุณจะรู้สึกเหมือนมีแฟนหลายคน คุณไม่สามารถมผูดมัดเธอแบบตรงๆได้ ด้วยคำว่า "รัก" เธอแคร์คำว่ารัก แต่มันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญในชีวิต สำหรับเธอ อยากเป็นแฟนเธอ คุณต้องปรับตัวเองให้เข้ากับ หลายลักษณะของเธอ
สาวช่างฝัน ที่มีฝันหลายอย่าง เธอชอบที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเธอจะเป็นพวก 2 ลักษณะ 2 บุคคลิกในคนๆเดียว เธอก็ยังเป็นคนที่มีโชคในเรื่องของความรัก อยากชนะใจเธอ ต้องใช้กำลังภายในหน่อย แม้ว่าเธออาจคิดว่าคุณฉลาด และชอบคุณ เธอก็ยังตรวจหา จุดบดพร่องของคุณอยู่ดี เพราะมันเป็นธรรมชาติของเธอไปเสียแล้ว
เธอสามารถมีหลายอารมณ์พร้อมๆกัน โดยที่คุณอาจไม่รู้ด้วยซํ้า เธอสามารถร่าเริง เหมือนนกน้อยเพื่อให้คุณสบายใจได้ เธอสามารถคุยกับคุณได้ทุกเรื่อง ทุกหัวข้อสนทนา คุยกับเธอไม่เคยน่าเบื่อ เธอสามารถทำให้คุณรู้สึกว่า คุณเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกได้ เธอสามารถทำให้คุณคิดว่า เธอต้องการความห่วงใยของคุณ แต่เมื่อใดเธอต้องยืนด้วยตนเอง เธอยืนเองได้อย่างมั่นคงและเด็ดเดี่ยว
ผู้หญิงที่สามารถเป็นเพื่อนที่แสนดี และคุยได้ด้วยทุกเรื่อง เธอเข้าร่วมกิจกรรมกับคุณ ด้วยพลังเท่าๆกับคุณได้ สาวไหวพริบสูง เรียนและเข้าใจสิ่งต่างๆได้ง่าย หากเธอเห็นโครงการของคุณ เธอสามารถให้คำแนะนำดีๆได้... ถ้าเธอคิดว่า คุณไม่ต้องการเธอมากขนาดนั้น เธอจะทำตัวเหมือนเพื่อนที่ดีของคุณแทน แบบสาวมั่นจริงๆ
ผู้ชายตกหลุมรักสาวราศีนี้ได้ง่ายๆ การเปลี่ยนแปลง และ อารมณ์ที่แปรปรวน ของเธอนั้นเป็น "เสน่ห์" เธอสามารถหัวเราะ และเงียบได้แถบจะในเวลาเดียวกัน เธอต้องการหารักแท้แค่ 1 เดียว แบบเจ้าชายในฝัน... เธอหวังมากจนเรียกได้ว่าหวังมากเกินไป เธอจะฝันถึงอัศวินม้าขาว แม้แต่ตอนที่ เธอกำลังควงชายหนุ่มอยู่... เธอสามารถกำลังควงชายหุน่ม และไปชอบคนอื่นอีกได้ หากเลิกกับผู้ชายเธอก็ลืมง่าย เพราะการเลิกคือการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงคือ วิถีชิวิตของเธอ... สาวราศีเมถุน ทำให้คนอกหักมากกว่าสาวราศีอื่น เพราะความที่เป็นคนช่างฝัน เธอไคว่คว้าหารักแบบเทพนิยายเสมอ ดังนั้นชีวิตรัก มักซับซ้อน ไม่ก็วุ่นวาย
เธอไม่ชอบเขียนจดหมายยาวๆ ถ้าส่งจดหมายให้เธอและหวังให้เธอตอบ อย่าหวังดีกว่า เพราะเธอเป็นคนหลายบุคคลิก หลายความคิด การเขียนเหมือนหลักฐานถาวร ซึ่งเธออาจเปลี่ยนใจได้ทีหลัง เธอเชื่อว่า พรุ่งนี้อะไรก็เปลี่ยนได้เสมอ
สาวที่มีพรสวรรค์เรื่องภาษา สาวราศีนี้มักพูดได้มากกว่า 1 ภาษา... หากเธอต้องว่าหรือติคุณ เธอจะไม่บอกแบบตรงๆ เธอจะพูดอ้อมจนเข้าเรื่อง ที่เธอต้องพูดจนได้ โดยไม่ทำให้คุณรู้สึกโกรธ เธอเป็นคนไม่พูดโกหก
เธอเป็นคนทำงานหนัก พักเป็นครั้งคราว เธอจะเบื่อสภาพแวดล้อม มากกว่าเบื่องาน เธอไม่เคยพอใจงานที่เธอทำ ชื่อเสียงที่เธอมี หรือเงินที่หาได้ เธอคิดว่า เธอต้องได้มากกว่านั้น อย่าถามเธอว่า จุดไหนหรืออะไรที่เธอคิดว่าพอใจ เธอไม่รู้และไม่มีคำตอบ
หากรู้จักหรือสนิทกับเธอ เธอจะเป็นคนที่ช่วยเหลือคุณ อยู่เคียงข้างคุณ สาวช่างฝันคนนี้ ชอบที่มีจะมีคู่ เดินเคียงบ่า เคียงไหล่ ไปพร้อมๆกับเธอ
ผู้หญิงหน้าตาดี ที่มีสมอง คนที่น่าสนใจมาก เธอเป็นคนฉับเฉงว่องไว นั่งหรือยืนเฉยๆนานๆไม่ได้ เธอสามารถทำหลายๆอย่างๆได้พร้อมกัน และทำได้เร็ว หากคุณเป็นแฟนกับผู้หญิงราศีนี้ คุณจะรู้สึกเหมือนมีแฟนหลายคน คุณไม่สามารถมผูดมัดเธอแบบตรงๆได้ ด้วยคำว่า "รัก" เธอแคร์คำว่ารัก แต่มันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญในชีวิต สำหรับเธอ อยากเป็นแฟนเธอ คุณต้องปรับตัวเองให้เข้ากับ หลายลักษณะของเธอ
สาวช่างฝัน ที่มีฝันหลายอย่าง เธอชอบที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเธอจะเป็นพวก 2 ลักษณะ 2 บุคคลิกในคนๆเดียว เธอก็ยังเป็นคนที่มีโชคในเรื่องของความรัก อยากชนะใจเธอ ต้องใช้กำลังภายในหน่อย แม้ว่าเธออาจคิดว่าคุณฉลาด และชอบคุณ เธอก็ยังตรวจหา จุดบดพร่องของคุณอยู่ดี เพราะมันเป็นธรรมชาติของเธอไปเสียแล้ว
เธอสามารถมีหลายอารมณ์พร้อมๆกัน โดยที่คุณอาจไม่รู้ด้วยซํ้า เธอสามารถร่าเริง เหมือนนกน้อยเพื่อให้คุณสบายใจได้ เธอสามารถคุยกับคุณได้ทุกเรื่อง ทุกหัวข้อสนทนา คุยกับเธอไม่เคยน่าเบื่อ เธอสามารถทำให้คุณรู้สึกว่า คุณเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกได้ เธอสามารถทำให้คุณคิดว่า เธอต้องการความห่วงใยของคุณ แต่เมื่อใดเธอต้องยืนด้วยตนเอง เธอยืนเองได้อย่างมั่นคงและเด็ดเดี่ยว
ผู้หญิงที่สามารถเป็นเพื่อนที่แสนดี และคุยได้ด้วยทุกเรื่อง เธอเข้าร่วมกิจกรรมกับคุณ ด้วยพลังเท่าๆกับคุณได้ สาวไหวพริบสูง เรียนและเข้าใจสิ่งต่างๆได้ง่าย หากเธอเห็นโครงการของคุณ เธอสามารถให้คำแนะนำดีๆได้... ถ้าเธอคิดว่า คุณไม่ต้องการเธอมากขนาดนั้น เธอจะทำตัวเหมือนเพื่อนที่ดีของคุณแทน แบบสาวมั่นจริงๆ
ผู้ชายตกหลุมรักสาวราศีนี้ได้ง่ายๆ การเปลี่ยนแปลง และ อารมณ์ที่แปรปรวน ของเธอนั้นเป็น "เสน่ห์" เธอสามารถหัวเราะ และเงียบได้แถบจะในเวลาเดียวกัน เธอต้องการหารักแท้แค่ 1 เดียว แบบเจ้าชายในฝัน... เธอหวังมากจนเรียกได้ว่าหวังมากเกินไป เธอจะฝันถึงอัศวินม้าขาว แม้แต่ตอนที่ เธอกำลังควงชายหนุ่มอยู่... เธอสามารถกำลังควงชายหุน่ม และไปชอบคนอื่นอีกได้ หากเลิกกับผู้ชายเธอก็ลืมง่าย เพราะการเลิกคือการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงคือ วิถีชิวิตของเธอ... สาวราศีเมถุน ทำให้คนอกหักมากกว่าสาวราศีอื่น เพราะความที่เป็นคนช่างฝัน เธอไคว่คว้าหารักแบบเทพนิยายเสมอ ดังนั้นชีวิตรัก มักซับซ้อน ไม่ก็วุ่นวาย
เธอไม่ชอบเขียนจดหมายยาวๆ ถ้าส่งจดหมายให้เธอและหวังให้เธอตอบ อย่าหวังดีกว่า เพราะเธอเป็นคนหลายบุคคลิก หลายความคิด การเขียนเหมือนหลักฐานถาวร ซึ่งเธออาจเปลี่ยนใจได้ทีหลัง เธอเชื่อว่า พรุ่งนี้อะไรก็เปลี่ยนได้เสมอ
สาวที่มีพรสวรรค์เรื่องภาษา สาวราศีนี้มักพูดได้มากกว่า 1 ภาษา... หากเธอต้องว่าหรือติคุณ เธอจะไม่บอกแบบตรงๆ เธอจะพูดอ้อมจนเข้าเรื่อง ที่เธอต้องพูดจนได้ โดยไม่ทำให้คุณรู้สึกโกรธ เธอเป็นคนไม่พูดโกหก
เธอเป็นคนทำงานหนัก พักเป็นครั้งคราว เธอจะเบื่อสภาพแวดล้อม มากกว่าเบื่องาน เธอไม่เคยพอใจงานที่เธอทำ ชื่อเสียงที่เธอมี หรือเงินที่หาได้ เธอคิดว่า เธอต้องได้มากกว่านั้น อย่าถามเธอว่า จุดไหนหรืออะไรที่เธอคิดว่าพอใจ เธอไม่รู้และไม่มีคำตอบ
หากรู้จักหรือสนิทกับเธอ เธอจะเป็นคนที่ช่วยเหลือคุณ อยู่เคียงข้างคุณ สาวช่างฝันคนนี้ ชอบที่มีจะมีคู่ เดินเคียงบ่า เคียงไหล่ ไปพร้อมๆกับเธอ
แม่นเนอะ ฮ่า ฮ่า ฮ๋า
Thursday, February 07, 2008
แหะๆ

เมื่อมันมีเริ่มต้น
ก็ต้องมีวันจะจบลง
ดี หรือ ร้าย
ยังไงก็ต้องลองพบดู
ดีกว่าชีิวิตจะปิดอยู่หลังประตู
อย่างน้อย ก็ได้รู้
อย่างน้อย ก็ได้ลอง
อย่างน้อย ก็จะได้เข้าใจ
" สำหรับตัวเราเอง ก็คิดว่าทำตัวดี ไม่ดื้อไม่ซนมาตลอดปี
ก็หวังว่าได้จะมีชื่ออยู่ในบัญชีเด็กดีของคุณลุงซานตาบ้าง
คุณลุงครับ ผมอยากได้บ้านพร้อมที่ดิน
มันพอจะเป็นไปได้มั๊ย
แหะๆ .. "
แอบไปอ่านบล๊อคพี่บอย คืนนี้เลยได้ยิ้มแหะๆตาม
Monday, January 07, 2008
เหนื่อย

ผ่านพ้น365 วันเก่ามาได้ไม่ถึงอาทิตย์
ความสาหัสของพ.ศ. ใหม่ก็ปรากฎอย่างต่อเนื่อง
ปั่นป่วน สับสน และไม่มีทางออก
ตัวตนเริ่มครอบงำ เหตุผลเริ่มมีน้อยลง
อยากหนี อยากก่อกำแพง และมากมายที่วนเวียนอยู่
ทำไม เพราะอะไร เพื่ออะไร
สุดท้าย...มันก็เป็นเรื่องเดิมๆที่วนเวียนและไม่เคยจบลง
สุดท้าย...มันก็เป็นเรื่องเดิมๆที่คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอ
และสุดท้าย...มันก็จะเป็นอีกเรื่องที่ผ่านไป
ปีใหม่ วันใหม่ แต่ทำไมยังเหนื่อยเหมือนเดิม..ไม่เข้าใจ
Tuesday, December 25, 2007
อีกไม่กี่วัน
ก็จะถึงวันสิ้นปี..อีกแล้ว
ชีวิตดำเนินมาอีก 365 วัน โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจาก365 วันที่แล้ว สักเท่าไร
ความพยายามจะส่งตัวเองออกนอกประเทศก็ไม่เป็นผล
งานที่ในความรับผิดชอบก็ไม่ได้ดีอะไรปานนั้น
แต่ ณ วันนี้ความฝันอย่างนึงที่เคยคิดได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นบ้างแล้ว
ต้องขอบคุณความเข้มแข็งของตัวเองและแรงผลักดันจากคนรอบข้าง
ที่ไม่ยอมให้ทิ้งความฝันก้อนเล็กๆก้อนนั้น
เรื่องดีๆร้ายๆที่ผ่านมา 365 วัน จะเก็บไว้อมยิ้มและให้มันเป็นบทเรียนที่มีค่า
365 วันที่ได้รู้จักใครใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆและใครบางคนที่ตกหล่นไปในชีวิต ไม่จะด้วยสาเหตุใดๆ อยากจะบอกว่าไม่ว่าจะทางเดินใดๆที่แยกออกจากกัน ทุกสิ่งนั้นยังเป็นความทรงจำที่ดีตลอดมา
ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เราได้เจอและรู้จักกัน
ได้เรียนรู้และยิ้มด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน
สุขสันต์วันปีใหม่!!!
ชีวิตดำเนินมาอีก 365 วัน โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจาก365 วันที่แล้ว สักเท่าไร
ความพยายามจะส่งตัวเองออกนอกประเทศก็ไม่เป็นผล
งานที่ในความรับผิดชอบก็ไม่ได้ดีอะไรปานนั้น
แต่ ณ วันนี้ความฝันอย่างนึงที่เคยคิดได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นบ้างแล้ว
ต้องขอบคุณความเข้มแข็งของตัวเองและแรงผลักดันจากคนรอบข้าง
ที่ไม่ยอมให้ทิ้งความฝันก้อนเล็กๆก้อนนั้น
เรื่องดีๆร้ายๆที่ผ่านมา 365 วัน จะเก็บไว้อมยิ้มและให้มันเป็นบทเรียนที่มีค่า
365 วันที่ได้รู้จักใครใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆและใครบางคนที่ตกหล่นไปในชีวิต ไม่จะด้วยสาเหตุใดๆ อยากจะบอกว่าไม่ว่าจะทางเดินใดๆที่แยกออกจากกัน ทุกสิ่งนั้นยังเป็นความทรงจำที่ดีตลอดมา
ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เราได้เจอและรู้จักกัน
ได้เรียนรู้และยิ้มด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน
สุขสันต์วันปีใหม่!!!
Merry X'mas2007
หากใครหลายคนต่างขอพรในวันนี้
ผมจะขอพรให้อ้อ มีความสุขกับปัจจุบันให้มากที่สุด
ให้อยู่ตรงกลางระหว่างความฝันกับความจริง
ให้มีทางข้างหน้าที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบและขวากหนาม
ที่สำคัญให้มีสติแห่งตัวตนที่แท้ก็พอแล้ว
สุขสันต์วันเกิดพระเยซู
คำอวยพรของพี่ชายแสนดี ที่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทำให้เราได้รู้จักกัน
ผมจะขอพรให้อ้อ มีความสุขกับปัจ
ให้อยู่ตรงกลางร
ให้มีทางข้างหน้
ที่สำคัญให้มีสต
สุขสันต์วันเกิด
คำอวยพรของพี่ชายแสนดี ที่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทำให้เราได้รู้จักกัน
Monday, November 26, 2007
ทำไปได้..พวกเรา
ณ ห้าง กลางใจเมือง..แห่งหนึ่ง
A: ปวดหัววะ ปวดตั้งแต่เช้าแล้ว
B: ลืมกินน้ำอ่ะดิ
A: เกี่ยวด้วยเหรอวะ
B: อือ ไม่รู้เหรอ สมองอ่ะ เป็นน้ำไปซะ 70 แล้วนะแก
A: ทำไงหายอ่ะ
B: กินน้ำดิ ไม่ก็กินติมม่ะ เอาน้ำตาลเข้าร่างกาย
A: เออ เอาดิ
C เด๋วกินติมกัน เจอกันที่ร้านข้างบน..ให้ไว
ณ ร้านไอติม กลางใจเมือง
A: จะกินติมเลย จิงๆเหรอวะ..อยากกินของคาววะ
C: เออ อยากกินเหมือนกันวะ
B: อ้าว พวกมรึง
แล้วเอาไงอ่ะ
C: เฮ้ย เรามีข้าวกล่องอยู่ในรถนิ
A: เออจิง..ไปแดกข้าวกันก่อนแล้วค่อยขึ้นมากินติม
B: เออ ตามดี ประหยัด
ณ ลานจอดรถใต้ดินกลางใจเมือง
A: มีช้อนกินข้าวป่าววะ อย่าบอกนะว่าไม่มี
C: เออ ไม่มีวะ
B: ดัดแปลงเอาละกัน
(แปลงร่างฝากล่องเป็นช้อนได้ทันใจ)
....
A:เฮ้ย กินไปสองกล่อง อิ่มสัด
กินไอติมไม่ลงแล้ววะ
B: อ้าว..แก
A: ปวดหัววะ ปวดตั้งแต่เช้าแล้ว
B: ลืมกินน้ำอ่ะดิ
A: เกี่ยวด้วยเหรอวะ
B: อือ ไม่รู้เหรอ สมองอ่ะ เป็นน้ำไปซะ 70 แล้วนะแก
A: ทำไงหายอ่ะ
B: กินน้ำดิ ไม่ก็กินติมม่ะ เอาน้ำตาลเข้าร่างกาย
A: เออ เอาดิ
C เด๋วกินติมกัน เจอกันที่ร้านข้างบน..ให้ไว
ณ ร้านไอติม กลางใจเมือง
A: จะกินติมเลย จิงๆเหรอวะ..อยากกินของคาววะ
C: เออ อยากกินเหมือนกันวะ
B: อ้าว พวกมรึง
แล้วเอาไงอ่ะ
C: เฮ้ย เรามีข้าวกล่องอยู่ในรถนิ
A: เออจิง..ไปแดกข้าวกันก่อนแล้วค่อยขึ้นมากินติม
B: เออ ตามดี ประหยัด
ณ ลานจอดรถใต้ดินกลางใจเมือง
A: มีช้อนกินข้าวป่าววะ อย่าบอกนะว่าไม่มี
C: เออ ไม่มีวะ
B: ดัดแปลงเอาละกัน
(แปลงร่างฝากล่องเป็นช้อนได้ทันใจ)
....
A:เฮ้ย กินไปสองกล่อง อิ่มสัด
กินไอติมไม่ลงแล้ววะ
B: อ้าว..แก
Saturday, November 24, 2007
ประหลาด
ตรงที่..อยู่ดีๆความคิดวูบนึงก็วิ่งไปหา
ครงที่..อยู่ดีๆก็โทรมา
นี่เราส่งกระแสจิตถึงกันได้ด้วยเหรอ
ดีจิง..ทีหลังจะได้ไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์อีก
ครงที่..อยู่ดีๆก็โทรมา
นี่เราส่งกระแสจิตถึงกันได้ด้วยเหรอ
ดีจิง..ทีหลังจะได้ไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์อีก
Tuesday, November 20, 2007
บ่น
เป็นเช้าที่เช้ามากจริงๆสำหรับวันนี้
ตื่นมาพร้อมความง่วงที่ติดตามมาอีกจำนวนมาก
แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดกว่า คือความหงุดหงิดกองเท่าภูเขา
หงุดหงิดกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
และไม่เข้าใจอะไรบางอย่างที่ตัวเองพยายามจะเข้าใจมัน
ช่างเป็นวันสีเทาๆอีกวัน ที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าและอืดอาด
ฟังแล้วก็ปล่อยๆไป ไร้สาระเกินไปสำหรับเช้าวันนี้
....
อรุณสวัสดิ์พระจันทร์ตอนเช้าที่แอบนอนให้อิจฉาเล่นในก้อนเมฆอ้วนๆเทาๆ
แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดกว่า คือความหงุดหงิดกองเท่าภูเขา
หงุดหงิดกับภาพที่เห็นอยู
และไม่เข้าใจอะไรบางอย่างที่ต
ช่างเป็นวันสีเทาๆอีกวัน ที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าและอ
ฟังแล้วก็ปล่อยๆไป ไร้สาระเกินไปสำหรับเช้าวันนี้
....
อรุณสวัสดิ์พระจันทร์ตอนเช้าที
Thursday, October 11, 2007
วันเปื่อยๆ
รู้สึกป่วยๆอยู่ข้างใน
พยายามทำเหมือนมันไม่ได้มีอยู่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
วิ่งๆวนๆเหมือนรอเวลาจะระเบิดอีกรอบ..
ใช่..มันเคยมีก่อนหน้านี้มาแล้ว..แย่จริง
วันนี้ต้องการความพยายามในการเข้าใจอะไรบ้างอย่างอย่างลึกซึ้ง
วันนี้อยากนั่งนิ่งๆแล้วส่งยิ้มให้กับมดที่เดินผ่านไปมาได้อย่างแท้จริง
ยากจริงแหะ...จะทำอะไรแต่ละอย่าง
ช่างต้องอาศัยความพยายาม ยากเย็นเหลือเกิน
พยายามทำเหมือนมันไม่ได้มีอยู่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
วิ่งๆวนๆเหมือนรอเวลาจะระเบิดอีกรอบ..
ใช่..มันเคยมีก่อนหน้านี้มาแล้ว..แย่จริง
วันนี้ต้องการความพยายามในการเข้าใจอะไรบ้างอย่างอย่างลึกซึ้ง
วันนี้อยากนั่งนิ่งๆแล้วส่งยิ้มให้กับมดที่เดินผ่านไปมาได้อย่างแท้จริง
ยากจริงแหะ...จะทำอะไรแต่ละอย่าง
ช่างต้องอาศัยความพยายาม ยากเย็นเหลือเกิน
Tuesday, October 09, 2007
ปิดประตู
เคยมั้ย..ที่รู้สึกได้ว่าเพลงๆหนึ่งได้ถูกแต่งมาเพื่อเรา
วันนี้ ค้นพบมันเหมือนเกิดมาช่วยชีิวตได้อย่างทันท่วงที
ขอบคุณคนแต่งเพลง คนเล่นดนตรี คนร้องเพลงนี้
จะพยายามเข้าใจและยิ้มต่อไป
วันนี้ ค้นพบมันเหมือนเกิดมาช่วยชีิวตได้อย่างทันท่วงที
ขอบคุณคนแต่งเพลง คนเล่นดนตรี คนร้องเพลงนี้
จะพยายามเข้าใจและยิ้มต่อไป
Friday, October 05, 2007
Shin-do
ความรู้สึกของฉัน ถูกส่งไปยังเธอผ่านบทเพลงบทหนึ่ง
เหมือนวงน้ำที่กระเพื่อมๆๆๆ เป็นวงๆ ออกไป
เราสื่อถึงกัน จากใจดวงหนึ่งถึงใจอีกดวงหนึ่ง
แม้ไม่อาจได้ยินเสียงของเธอ เราก็เข้าใจกัน
ผ่านท่วงทำนอง ผ่านบทเพลงสื่อความหมาย
แต่คงมีเพียงเพลงบทนี้
และเพียงเพลงของเธอเท่านั้น
มันมีเพียงเธอ...ท่วงทำนองที่เรารักกัน
copy from penguin
เหมือนวงน้ำที่กระเพื่อมๆๆๆ เป็นวงๆ ออกไป
เราสื่อถึงกัน จากใจดวงหนึ่งถึงใจอีกดวงหนึ่ง
แม้ไม่อาจได้ยินเสียงของเธอ เราก็เข้าใจกัน
ผ่านท่วงทำนอง ผ่านบทเพลงสื่อความหมาย
แต่คงมีเพียงเพลงบทนี้
และเพียงเพลงของเธอเท่านั้น
มันมีเพียงเธอ...ท่วงทำนองที่เรารักกัน
copy from penguin
Thursday, October 04, 2007
Monday, October 01, 2007
ปั่นป่วน
โครงการนรกได้ถือกำเนิดแล้ว กะแค่นั่งร่างจดหมาย ก็ปาเข้าไปหลายอาทิตย์อยู่
นี่ยังไม่นับช่วงเวลาที่นั่งมองมันตาปริบๆแล้วก็ปิดหน้าจอลงไปโดยที่ไม่ทำอะไรกะมันเลย อีกเป็นเดือน
แค่นึกว่าจะต้องติดต่องานกับกทม.และราชการไทย บวกศิลปินอีกนับสิบ เป็นสิ่งที่ไม่อยากทำเอาซะเร้ยยย
ทำไงได้ ไงก็ต้องทำนิ..เอาวะทำก็ทำ อีกไม่กี่เดือนก็เป็นไทยแย้วว
นี่ยังไม่นับช่วงเวลาที่นั่งมองมันตาปริบๆแล้วก็ปิดหน้าจอลงไปโดยที่ไม่ทำอะไรกะมันเลย อีกเป็นเดือน
แค่นึกว่าจะต้องติดต่องานกับกทม.และราชการไทย บวกศิลปินอีกนับสิบ เป็นสิ่งที่ไม่อยากทำเอาซะเร้ยยย
ทำไงได้ ไงก็ต้องทำนิ..เอาวะทำก็ทำ อีกไม่กี่เดือนก็เป็นไทยแย้วว
Subscribe to:
Posts (Atom)